สรุปผลสำรวจโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2568

โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report: CGR) ประจำปี 2568 จัดทำโดย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) เพื่อสะท้อนคุณภาพของการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยตามหลักการสากล โดยใช้เกณฑ์ประเมินที่สอดคล้องกับหลักการ OECD และหลักเกณฑ์ CG Code ของสำนักงาน ก.ล.ต.
ผลสำรวจปี 2568 ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนจำนวน 844 บริษัท พบว่า ภาพรวมคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 83 คะแนน จากคะแนนเต็ม 114 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับ “ดีมาก” โดย บริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งด้านความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล (หมวด C) โดยได้คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 88 คะแนน สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการรายงานข้อมูล ESG และข้อมูลการกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม หมวดความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (หมวด D) ยังคงเป็นหมวดที่มีคะแนนเฉลี่ยน้อยที่สุด 73 คะแนน
ตารางที่ 1 คะแนนบริษัทจดทะเบียนโดยรวม
|
หมวด
|
คะแนนบริษัทจดทะเบียนโดยรวม
|
|
MAX.
|
AVG.
|
MIN.
|
|
สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (หมวด A)
|
105
|
86
|
36
|
|
การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (หมวด B)
|
108
|
80
|
7
|
|
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (หมวด C)
|
102
|
88
|
26
|
|
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (หมวด D)
|
102
|
73
|
23
|
|
คะแนนรวม
|
114
|
83
|
26
|
เมื่อพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียน โดยแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มธุรกิจการเงินและทรัพยากรมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด สะท้อนถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งและการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานกำกับของหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมยังต้องพัฒนาเรื่องการบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กรและการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใสเพิ่มมากขึ้น เมื่อพิจารณาตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) พบว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์มากกว่า 30,000 ล้านบาท ได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่า 95 คะแนน โดยเฉพาะในหมวด B และหมวด C เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการและทรัพยากรที่พร้อมกว่า ขณะที่บริษัทขนาดเล็กยังขาดความต่อเนื่องในการรายงาน ESG และการกำกับดูแลที่เป็นระบบ
ตารางที่ 2 คะแนนเฉลี่ย แบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม
|
หมวด
|
กลุ่มอุตสาหกรรม
|
|
เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
|
ทรัพยากร
|
เทคโนโลยี
|
ธุรกิจการเงิน
|
บริการ
|
สินค้าอุตสาหกรรม
|
สินค้าอุปโภคบริโภค
|
อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
|
|
จำนวน บจ.
|
82 บจ.
|
67 บจ.
|
66 บจ.
|
79 บจ.
|
192 บจ.
|
145 บจ.
|
66 บจ.
|
147 บจ.
|
|
หมวด A
|
88
|
88
|
87
|
90
|
85
|
83
|
83
|
85
|
|
หมวด B
|
84
|
86
|
83
|
87
|
78
|
76
|
76
|
79
|
|
หมวด C
|
91
|
91
|
91
|
93
|
88
|
85
|
84
|
87
|
|
หมวด D
|
75
|
79
|
76
|
80
|
73
|
67
|
67
|
72
|
|
คะแนนรวม
|
87
|
89
|
86
|
90
|
82
|
79
|
78
|
82
|
เมื่อพิจารณาตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) พบว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์มากกว่า 30,000 ล้านบาท ได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่า 95 คะแนน โดยเฉพาะในหมวด B และหมวด C เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการและทรัพยากรที่พร้อมกว่า ขณะที่บริษัทขนาดเล็กยังขาดความต่อเนื่องในการรายงาน ESG และการกำกับดูแลที่เป็นระบบ
ตารางที่ 3 คะแนนเฉลี่ยแบ่งตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization)
|
หมวด
|
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท)
|
|
มากกว่า 100,000 ลบ.
|
30,001 - 100,000 ลบ.
|
10,001 - 30,000 ลบ.
|
3,001 - 10,000 ลบ.
|
1,501 - 3,000 ลบ.
|
ไม่เกิน 1,500 ลบ.
|
|
จำนวน บจ.
|
33 บจ.
|
55 บจ.
|
93 บจ.
|
173 บจ.
|
157 บจ.
|
333 บจ.
|
|
หมวด A
|
94
|
93
|
89
|
88
|
86
|
82
|
|
หมวด B
|
105
|
99
|
95
|
87
|
76
|
69
|
|
หมวด C
|
100
|
98
|
96
|
92
|
88
|
82
|
|
หมวด D
|
93
|
86
|
82
|
76
|
70
|
66
|
|
คะแนนรวม
|
105
|
99
|
94
|
87
|
81
|
75
|
เมื่อพิจารณาบริษัทในกลุ่ม SET50 และ SET100 พบว่า ทั้งสองกลุ่มเป็น บจ. กลุ่มที่มีคะแนนรวมสูงสุด (มากกว่า 100 คะแนน) สะท้อนถึงมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการระดับสูง โดยเฉพาะในด้าน ESG Disclosure และการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย และเมื่อพิจารณา บจ. ใน SET พบว่า บจ. มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดี แต่ยังมีช่องว่างในหมวด D ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสมรรถนะคณะกรรมการและระบบติดตามประเมินผล ส่วน บจ. ใน mai นั้น พบว่า ได้คะแนนเฉลี่ยน้อยที่สุดในทุกหมวด ซึ่ง บจ. ควรได้รับการสนับสนุนด้านความรู้และโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุนระยะยาว
ตารางที่ 4 คะแนนเฉลี่ยแบ่งตามตลาด/ดัชนี
|
หมวด
|
ตลาด/ดัชนี
|
|
SET
|
mai
|
SET100
|
SET50
|
|
จำนวน บจ.
|
640 บจ.
|
204 บจ.
|
100 บจ.
|
50 บจ.
|
|
หมวด A
|
86
|
85
|
93
|
93
|
|
หมวด B
|
83
|
73
|
102
|
102
|
|
หมวด C
|
89
|
85
|
99
|
99
|
|
หมวด D
|
74
|
69
|
89
|
91
|
|
คะแนนรวม
|
85
|
78
|
101
|
103
|
ทั้งนี้ ผลสำรวจ CGR 2568 สะท้อนให้เห็นว่าแม้การกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทยจะอยู่ในระดับ “ดีมาก” แต่ยังต้องยกระดับในด้านความรับผิดชอบของคณะกรรมการและการบูรณาการ ESG อย่างเป็นระบบเพิ่มขึ้น รวมถึงการนำหลัก OECD และ CG Code มาปรับใช้ในบริบทของไทยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน เสริมศักยภาพการแข่งขัน และนำพาตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
นางสาววิชชุตา สุวรรณชัยรบ
นักวิเคราะห์อาวุโส-ด้านพัฒนาการกำกับดูแลกิจการ
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
|